วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

เราไม่มี Brand Loyalty

ได้รับจดหมายข่าวจาก The Minimalists เรื่อง Brand Loyalty อ่านต่อที่เว็บ 

เค้าบอกว่าเค้าไม่มีความจงรักภักดีกับแบรนด์ใดแบรนด์นึง เค้าเลือกใช้สิ่งต่าง ๆ จากคุณภาพของสินค้านั้น ๆ 

ซึ่งเรามาดูตัวเองเราก็เป็นแบบนั้นเหมือนกัน เราเลือกซื้อเสื้อผ้าจากคุณภาพ+ราคาที่เหมาะสม เสื้อยืด Uniqlo กับ Muji ที่เราเลือกใช้เป็นส่วนใหญ่ก็มาจากที่รูปทรงและเนื้อผ้าเป็นแบบที่เราชอบใช้ ก็เลยยังเลือกใช้ของสองแบรนด์นี้อยู่ 

ส่วนโทรศัพท์มือถือเราใช้ Apple iPhone 12 mini ซึ่งก็เลือกมาจากขนาดและคุณภาพของสินค้าจริง ๆ เพราะเราเคยลองใช้มือถือ Android ของ Samsung มาก่อน แต่ก็รู้สึกว่ามันไม่ทนทาน ตกรุ่นแล้วก็แทบทำอะไรไม่ได้เลย พอได้ลองเปลี่ยนมาใช้ iPhone SE รุ่นแรก มันใช้ได้ดี ทนทาน แม้จะมีปัญหาในปีที่ 4 จนเราต้องยอมเปลี่ยนมาเป็น iPhone 12 mini แทน ด้วยความที่เราอยากได้มือถือขนาดเล็กพกพาสะดวก ตัวเลือกก็จะมีไม่มากละ แล้วด้วยคุณภาพระดับ Apple มันก็เลยยิ่งทำให้เราเชื่อมั่นได้ว่าจะใช้งานได้ยาวนาน ซึ่งนับถึงตอนนี้เราก็ใช้ iPhone 12 mini มาแล้ว 5 ปีกว่าแล้ว ซึ่งก็ยังใช้งานได้ดี อัปเดต iOS ได้จนถึงรุ่นปัจจุบันซะด้วย มันคุ้มค่ามากจริง ๆ

วันพุธที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2568

1 in 1 out

 ช่วงนี้เริ่มพยายามใช้กฏ 1 in 1 out ดูบ้างละ เนื่องจากว่าปริมาณข้าวของของเรามันดูจะเริ่มเยอะขึ้นเรื่อย ๆ แม้เราจะพยายามไม่ซื้อ แต่การที่ยังเก็บของเก่าไว้อยู่มันก็ดูจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่

เราเริ่มใช้กฏ 1 in 1 out กับเรื่องเสื้อผ้าก่อนเลย เพราะเราตั้งใจว่าเสื้อผ้าที่เรามีอยู่มันต้องเก็บอยู่ในชั้นที่เรามีแค่นั้น ห้ามล้นออกมา ดังนั้นตอนนี้มันก็เลยจำเป็นต้องใช้กฏนี้ เพราะตอนนี้มันก็เริ่มแน่นแล้ว 

ล่าสุดก็มีกางเกงยีนส์ตัวใหม่ที่พี่สาวซื้อมาฝาก เลยจำเป็นต้องจัดการกางเกงยีนส์ตัวเก่าออกไปหนึ่งตัว ซึ่งจริง ๆ ตัวนี้เราเองก็คิดจะหาตัวใหม่มาแทนอยู่แล้วล่ะ เพราะรู้สึกว่าการใส่มันครั้งหลัง ๆ เราเริ่มรู้สึกว่าผ้ามันย้วย ใส่แล้วไม่ค่อยจะสวยเท่าไหร่ละ 

แล้วก็มีกางเกงขาสั้นตัวเก่าอีกหนึ่งตัวที่เริ่มขาดแล้ว ก็เลยไปหากางเกงที่สีคล้าย ๆ กันใน Shopee มาใช้แทน แต่ก็ดูเหมือนคุณภาพจะสู้ตัวเก่าไม่ได้ ก็คิดว่าอาจจะต้องหาตัวใหม่ที่มาแทนตัวเก่าได้จริง ๆ อีกที

iPhone 12 mini ยังเป็นโทรศัพท์มือถือที่เราชอบมากที่สุด

 เคยใช้ iPhone มาแค่สองรุ่นคือ iPhone SE รุ่นแรก (บอดี้แบบเดียวกับ iPhone 5s) แล้วก็มาเปลี่ยนเป็น iPhone 12 mini จนตอนนี้ก็ 4 ปีกว่าจะ 5 ปีแล้ว เมื่อคืน Apple เพิ่งเป็นตัว iPhone 17 ไป แต่เราก็ยังรู้สึกว่ามันไม่ตอบโจทย์การใช้งานของเรา ก็คงจะยังใช้เจ้า iPhone 12 mini นี่ต่อไป จนกระทั่งมันมีรุ่นที่เราชอบมากกว่า หรือไม่งั้นก็ใช้มันจนพังไปเลยนั่นแหละ

เรายังจำความรู้สึกตอนแรกที่รู้ข่าวลือเรื่อง iPhone จะออกรุ่นใหม่ที่มีขนาดที่เล็กออกมาด้วย ซึ่ง Apple ไม่เคยทำแบบนี้มาก่อน เราก็ตั้งตารอดูเลย วันที่เปิดตัวออกมา เจ้า iPhone 12 mini นี่ถูกใจเรามาก ๆ เพราะเป็น iPhone ที่เครื่องเล็กแต่ยังได้ Chip ที่แรงเหมือนกับรุ่นที่ใหญ่กว่า ซึ่งตอนสมัยนั้นชิปเดียวกับ iPhone 12 Pro เลย พอมันวางขายวันแรกก็ไปซื้อมาใช้เลย มันเป็นความรู้สึกเลยว่าคุ้มค่าการรอคอยมาก ๆ แม้ตัวจะใหญ่กว่า iPhone SE เครื่องเก่าของเราอยู่หน่อย แต่มันก็ยังเล็กกว่า iPhone 8 ในสมัยนั้น ก็จัดว่าเป็น iPhone ที่เล็กที่สุดนั่นเอง 

แม้ว่า Apple จะออก iPhone 13 mini ออกมาในปีต่อมา แต่เราก็ยังคิดว่า iPhone 12 mini ยังคงเป็นรุ่นที่เหมาะกับเราที่สุดอยู่ดี เพราะน้ำหนักก็ยังเบากว่า 13 mini อยู่หน่อย กล้องก็นูนออกมาน้อยกว่าด้วย 

ทุกวันนี้ก็ยังเห็น YouTuber ทำคลิปเกี่ยวกับเจ้า iPhone 12 mini และ 13 mini กันออกมาเรื่อย ๆ ก็หวังว่าสักวัน Apple จะหันกลับมาทำโทรศัพท์มือถือเครื่องเล็ก ๆ นี่อีกสักครั้ง :)

วันศุกร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568

เหลือไว้แต่รูปที่ชอบเท่านั้น

 พอดีว่าพื้นที่ใน Google One ใกล้จะเต็มแล้ว เลยต้องหาวิธีลดขนาดของไฟล์ที่เก็บลง เลยไปดูว่ามีอะไรที่เราจะลบทิ้งได้บ้าง

ก็เลยไปเจอว่าเรามีรูปที่เรา backup เข้าไปที่ Google Photos เยอะมาก เลยค่อย ๆ เข้าไปเลือกลบภาพที่ไม่จำเป็นออก แล้วก็มาเจอว่าภาพที่เราถ่ายตอนไปเที่ยว แล้วมันมีภาพที่เบลอบ้าง ไม่สวยบ้าง ถ่ายซ้ำบ้าง พอเราลบออกแล้วให้มันเหลือแค่ภาพที่เราว่าสวย ภาพที่เราชอบ มันลดพื้นที่ไปได้เยอะเลย เพราะภาพบางภาพมันสามารถบอกเล่าเหตุการณ์ในตอนนั้นได้ครบถ้วน โดยไม่ต้องการภาพเยอะ ๆ เลย มันทำให้เราสามารถย้อนความทรงจำได้จากการดูรูปเพียงไม่กี่รูปเท่านั้น ซึ่งถ้าเรามีรูปเยอะ ๆ แล้วเราไม่ยอมลบออกบ้างเลย กว่าเราจะเจอรูปสวย ๆ มันก็จะต้องผ่านการดูรูปที่ไม่สวยหลายรูป ทั้งเซ็ง ทั้งใช้เวลานาน แต่ถ้าเปิดมาเจอแต่รูปสวย ๆ เราก็คงดูไปยิ้มไป

กลับมาคิดถึงเรื่องเสื้อผ้าและข้าวของต่าง ๆ ก็เหมือนกัน ถ้าเราเลือกเก็บไว้แต่ของที่ชอบเท่านั้น มันก็คงจะมีความสุขทุกครั้งที่หยิบมาใช้ หยิบมาใส่ ของก็ไม่เยอะ ทำความสะอาดก็ง่าย

วันศุกร์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2567

ไม่มีของโชว์ มีแต่ของใช้

 นั่งนึกดูแล้วหลังจากเลิกสะสมของต่าง ๆ แล้ว เราก็เลยไม่มีของที่เอาไว้ตั้งโชว์แบบที่เค้าฮิต ๆ กัน เช่น Art Toy หรือของสะสมต่าง ๆ แล้ว (จริง ๆ ก็ยังเหลือพวกรถโมเดลอยู่นิดหน่อย) 

ของส่วนใหญ่ตอนนี้เราจะใช้งานมันแทบจะทั้งนั้นเลย รองเท้า กระเป๋า เสื้อผ้า นาฬิกา ทุกชิ้นล้วนถูกใช้งาน ไม่มีที่เก็บไว้ในตู้โชว์สวย ๆ งาม ๆ

ถ้ามีของใช้ที่มันสวยจนโชว์ได้ด้วยก็คงจะดีเหมือนกัน

วันอังคารที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2567

เลือกใช้สิ่งที่เหมาะกับชีวิตได้แล้วก็สบาย

 ช่วงหลัง ๆ มานี้เราเริ่มที่จะรู้แล้วว่าเราไม่เหมาะกับการใส่เสื้อยืดที่ไม่ใช่ Cotton 100% เราก็เลยตัดพวกเสื้อยืดที่ผสมเส้นใยสังเคราะห์ออกไปเลย แล้วก็ไปเจอเสื้อยืดของ Uniqlo ที่เนื้อผ้าเป็น Cotton 100% แล้วเนื้อผ้าจะแข็ง ๆ หน่อย ซึ่งก็ถูกจริตกับเรามากกว่าเนื้อผ้าบาง ๆ ย้วย ๆ แล้วมันก็เป็นเสื้อที่ Uniqlo ผลิตออกมาขายตลอด ไม่ได้เป็นแบบ fashion ที่ขายแค่พักเดียว เราก็เลยซื้อมาใช้ได้อย่างสบายใจ ถ้าวันไหนเสื้อตัวเก่ามันเปื่อยแล้ว ก็สามารถหาเสื้อตัวใหม่แบบเดิมมาทดแทนได้

แล้วก็โชคดีที่ Muji เองก็ทำเสื้อแบบเดียวกันเป๊ะเลย แถมถูกกว่า Uniqlo ด้วย ก็เลยสบายละ มีสองแหล่งที่ซื้อเสื้อมาใส่ได้ตลอด 

แล้วสีที่เราเลือกใช้ก็มีแค่สีขาว ดำ เทา น้ำเงินเข้ม ซึ่งมันก็เอาไป match กับกางเกงต่าง ๆ ได้ง่าย ก็ทำให้ไม่ต้องคิดอะไรมากเลย 

กางเกงขาสั้นก็จะมีสีที่ต่างกันอยู่ มี เหลืองเข้ม เขียวขี้ม้า กรมท่า ขาว ดำ ก็สลับใส่เข้ากับเสื้อยืดที่มีได้ทุกตัว ก็ไม่ต้องเสียเวลาเลือกเท่าไหร่

กางเกงยีนส์ก็มีอยู่ 4 ตัว สียีนส์ 3 ตัว สีดำตัวนึง ก็ใส่นาน ๆ ทีละ 

แล้วเราก็มีสบู่เหลวกับแชมพู ที่เราใช้แบบเติมมาหลายปีแล้ว ก็ซื้อจากร้าน ZeroMoment Refillery มาตลอดเพราะสั่งทาง Facebook แล้วเค้าก็ส่งมาให้ถึงบ้าน ไม่ต้องออกไปเติมเองที่ร้าน เติมทีนึงก็ใช้ยาว ๆ 6 เดือนไปเลย มันก็สบายที่เราไม่ต้องไปหาซื้อสบู่หรือแชมพูตามร้านอีกต่อไป ไม่สนใจเลยว่าแบรนด์ไหนจะออกอะไรมาใหม่ แบรนด์ไหนจะลดราคา 

สบายยยยยจริง ๆ

วันศุกร์ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2567

การมี Limit มันก็ดีนะ

 พอดีว่าช่วงก่อนหน้านี้ ใช้โปรแกรมอัดหน้าจออยู่ตัวนึง ใช้ได้แบบไม่มี Limit เลย จะอัดหน้าจอเก็บไว้มากแค่ไหนก็ได้ เราก็เลยแทบจะไม่เคยลบอะไรเลย พอมาวันนึงโปรแกรมตัวนี้เกิดตั้ง Limit ขึ้นมา ให้เราเก็บวิดีโอได้แค่ 20 ชั่วโมง ตอนแรกก็ตกใจเหมือนกัน แต่พอมาดูวิดีโอที่เราอัดไว้ มันก็ยังใช้ไปไม่ถึงครึ่งของ Limit ที่เค้าตั้งเลย แต่มันก็ทำให้เราต้องกลับมาไล่ดูว่า มีวิดีโออันไหนที่เราอัดไว้แล้วมันไม่จำเป็นต้องเก็บบ้าง ก็ค่อย ๆ ลบออกไป ก็ได้พื้นที่กลับมาเยอะเลย 

ทำให้รู้ว่าการที่มี Limit ซะบ้าง อย่างการจำกัดพื้นที่ในการเก็บข้าวของ จำกัดขนาดของตู้เสื้อผ้า ก็ทำให้เราต้องเลือกว่าจะเก็บตัวไหนไว้ ตัวไหนควรบริจาค หรือทิ้งได้แล้ว

เราไม่มี Brand Loyalty

ได้รับจดหมายข่าวจาก The Minimalists เรื่อง Brand Loyalty อ่านต่อที่เว็บ   เค้าบอกว่าเค้าไม่มีความจงรักภักดีกับแบรนด์ใดแบรนด์นึง เค้าเลือกใช้...