วันพุธที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2564

เมื่อมีของในบ้านน้อย ๆ เราก็อยากอยู่บ้านมากขึ้น

 จำได้ว่าสมัยก่อนตอนวัยรุ่น เราเป็นพวกทิ้งอะไรไม่เป็น และชอบซื้อของใหม่ ๆ มาเข้าบ้านอยู่ตลอด มีของเล่นอะไรใหม่ก็อยากได้ ไปตามหามาจนได้ หนังสือหรือนิตยสารอะไรออกใหม่ก็ซื้อมา อ่านได้แป๊บ ๆ ก็เบื่อแล้วก็เก็บอยู่บนชั้นหนังสือจนเต็มไปหมด

ข้าวของต่าง ๆ ที่มีมันก็เกินกับที่ตู้เก็บของจะมี มันก็เลยล้นทะลักออกมากองที่พื้น 

ห้องนอนเราในช่วงนั้นเราแทบไม่เคยทำความสะอาดมันเลย เพราะมันเป็นเรื่องที่ยากลำบากมาก ๆ ที่จะถูพื้น เพราะข้าวของมันเต็มไปหมด

วันหยุดเราเองก็ไม่อยากที่จะอยู่บ้านเพราะข้าวของมันดูเกะกะรกหูรกตาไปหมด ส่วนใหญ่ก็ต้องออกไปเดินห้าง แล้วสุดท้ายก็ต้องซื้ออะไรติดมือกลับบ้านมาทุกที

พอเริ่มมารู้จัก Minimalism ก็เลยเริ่มกำจัดข้าวของที่ไม่จำเป็นออกไป พอเรากำจัดไปเรื่อย ๆ ของต่าง ๆ ที่เคยวางรกมันก็เริ่มกลายเป็นที่ว่าง พอเราเริ่มมองเห็นที่ว่าง เราก็รู้สึกอยากจะอยู่บ้านมากขึ้น เพราะว่าเรารู้สึกว่าเราไม่ได้ต้องเจอกับสภาพห้องรก ๆ อีกต่อไป เราสามารถใช้ชีวิต เรามีที่ว่างในการทำงานต่าง ๆ ที่เราอยากจะทำได้ ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ดีมากเลยล่ะ

เราไม่มี Brand Loyalty

ได้รับจดหมายข่าวจาก The Minimalists เรื่อง Brand Loyalty อ่านต่อที่เว็บ   เค้าบอกว่าเค้าไม่มีความจงรักภักดีกับแบรนด์ใดแบรนด์นึง เค้าเลือกใช้...